เช้าต้นตุลาคมที่นีเซโกะ อากาศประมาณสิบกว่าองศา ลมเย็นพอให้เห็นลมหายใจตัวเองจางๆ คุณเดินบนทางไม้กลางที่ราบสูง สองข้างเป็นต้นสนเอโซะสีเขียวเข้มตัดกับใบไม้สีแดงส้ม แล้วพอเงยหน้าขึ้น ยอดภูเขาโยเต (Mt. Yōtei) ก็ตั้งอยู่ตรงนั้น มีหิมะแรกโปรยบางๆ บนยอดแล้ว ทั้งที่ตีนเขายังเป็นสีแดงทั้งผืน
คนไทยส่วนใหญ่รู้จักนีเซโกะสองหน้า — หน้าหนาวที่มีหิมะผงระดับโลก กับหน้าร้อนที่เขียวชอุ่ม แต่ระหว่างสองฤดูนั้นมีช่วงเวลาสั้นๆ ประมาณสามถึงสี่สัปดาห์ ที่ทั้งหุบเขาเปลี่ยนเป็นสีแดงส้มทอง คนญี่ปุ่นเรียกว่า โคโย (紅葉 ใบไม้เปลี่ยนสี) และมันสั้นมากจนถ้าจองตั๋วผิดไปสัปดาห์เดียวก็พลาดได้เลย
โคโยที่นีเซโกะไล่จากยอดเขาลงมาหาหมู่บ้าน
หัวใจของการวางแผนเที่ยวช่วงนี้คือเข้าใจว่า สีไม่ได้เปลี่ยนพร้อมกันทั้งพื้นที่ มันเริ่มจากที่สูงแล้วค่อยๆ ไหลลงมาข้างล่างตลอดหนึ่งเดือน ถ้ารู้จังหวะนี้ ต่อให้มาช่วงไหนก็หาที่สวยเจอ
| ช่วงเวลา | ที่ไหนกำลังพีค | ระดับความสูง |
|---|---|---|
| ปลายกันยายน – ต้นตุลาคม | ยอดภูเขาโยเต, ทะเลสาบโอยุนุมะ, พาโนรามาไลน์ | สูงสุด ~1,898 ม. |
| ต้นตุลาคม – กลางตุลาคม | ภูเขาอันนุปุริ, บ่อคางามินุมะ, ห้าสีออนเซ็น | ~1,300 ม. |
| กลางตุลาคม – ปลายตุลาคม | ทะเลสาบฮันเก็ตสึโกะ, สวนฟุกิดาชิ, ตัวหมู่บ้าน | พื้นราบ |
พูดง่ายๆ คือ ถ้ามาต้นเดือนให้ขึ้นที่สูง ถ้ามาปลายเดือนให้เที่ยวพื้นราบ ช่วงที่ได้เห็นทั้งสองอย่างพร้อมกัน — หิมะแรกบนยอดเขากับใบไม้แดงข้างล่าง — มักตกราวกลางเดือนตุลาคม เป็นภาพที่หาดูได้ปีละไม่กี่วันจริงๆ
สี่จุดที่ไปง่ายและคุ้มที่สุด
ชินเซ็นนุมะ (神仙沼) — ถ้ามีเวลาไปได้ที่เดียว เลือกที่นี่ เป็นบึงกลางที่ราบสูงระดับ 770 เมตร ล้อมด้วยป่าสนเอโซะแดง มีทางเดินไม้ปูตลอด เดินจากลานจอดรถถึงตัวบึงประมาณ 20–30 นาที ทางไม่ชัน รถเข็นเด็กก็ไปได้ ที่นี่คนฮอกไกโดยกให้เป็นบึงที่สวยที่สุดในละแวกนี้ ปีหนึ่งมีคนมาเยือนราวแสนสี่หมื่นคน แต่เพราะพื้นที่กว้าง เลยไม่รู้สึกแออัดเท่าจุดชมใบไม้ดังๆ ในเกียวโต
นีเซโกะพาโนรามาไลน์ (ถนนสาย 66) — เส้นทางขับรถข้ามภูเขาที่สวยที่สุดของพื้นที่ ระหว่างทางแวะได้ทั้งชินเซ็นนุมะ บ่อโอยุนุมะที่มีไอกำมะถันลอยขึ้นมาจากพื้นดิน และจุดชมวิวอีกหลายจุด ถ้าเช่ารถมา เส้นนี้คือไฮไลต์ของทริป
ทะเลสาบฮันเก็ตสึโกะ (半月湖) — ทะเลสาบปากปล่องภูเขาไฟรูปครึ่งวงเดือนที่ตีนภูเขาโยเต ลึกราว 18 เมตร เดินจากลานจอดรถประมาณ 20 นาที มีเส้นทางเดินวนรอบผ่านป่าดั้งเดิม เสน่ห์ของที่นี่คือช่วงเช้าตรู่ที่มีหมอกลอยเหนือผิวน้ำ
กระเช้าอันนุปุริ — ถ้าไม่อยากเดินเยอะ ขึ้นกระเช้าไปมองลงมาทั้งหุบเขาทีเดียวจบ ผู้ใหญ่ไป-กลับ 1,700 เยน เด็กประถม 850 เยน เปิดประมาณ 9:00–16:30 แต่ ปกติกระเช้าฤดูร้อนจะปิดราวกลางเดือนตุลาคม (ปีก่อนๆ ปิดประมาณวันที่ 15) ถ้าวางแผนขึ้นกระเช้าต้องเช็กวันปิดของปีนั้นก่อนจองตั๋วเครื่องบิน
ฤดูเก็บเกี่ยว — อีกครึ่งหนึ่งของความสนุกที่คนมักลืม
นีเซโกะไม่ได้มีดีแค่วิว ตุลาคมคือช่วงที่ผลผลิตดีที่สุดของปี ที่ มิจิโนะเอกิ นีเซโกะวิวพลาซ่า (ร้านขายของริมทาง) จะเต็มไปด้วยมันฝรั่ง ฟักทอง ข้าวโพด มะเขือเทศ ถั่ว บรอกโคลี ราคาส่วนใหญ่อยู่ราว 200–300 เยนต่อชิ้น/ถุง ถูกกว่าในเมืองมาก และเดือนตุลาคมยังเป็นช่วงข้าวใหม่ออก รวมถึงพันธุ์ขึ้นชื่อของฮอกไกโดอย่างยูเมะพิริกะ
ทิปจากคนท้องถิ่น: ไปตอนเช้า ผักดีๆ หมดตั้งแต่ก่อนบ่าย ถ้าที่พักมีครัว ซื้อมันฝรั่งกับฟักทองไปต้มกินเองสักมื้อ จะเข้าใจเลยว่าทำไมฮอกไกโดถึงขึ้นชื่อเรื่องวัตถุดิบ
แช่ออนเซ็นท่ามกลางใบไม้แดง
อากาศสิบกว่าองศากับน้ำแร่ร้อนคือของคู่กันที่ลงตัวที่สุดของฤดูนี้ ห้าสีออนเซ็น (五色温泉) ที่ตีนภูเขาอันนุปุริเป็นออนเซ็นกำมะถันกลางภูเขา รอบๆ มีสะพานและจุดชมวิวให้เดินเล่น ช่วงพีคของใบไม้แดงแถวนั้นคือต้นตุลาคม
แต่ถ้าให้พูดตรงๆ ความฟินที่สุดของฤดูนี้คือการได้แช่ตอนเช้ามืดโดยไม่ต้องแต่งตัวออกจากที่พัก — ไอน้ำลอยขึ้นปะทะอากาศเย็น มองออกไปเห็นใบไม้เปลี่ยนสีกับยอดโยเตที่เริ่มมีหิมะจับ แบบไม่ต้องแชร์บ่อกับใคร นี่คือเหตุผลที่บ้านพักในนีเซโกะยุคหลังนิยมทำบ่อออนเซ็นส่วนตัวไว้ในตัวบ้าน อย่างที่ Nature Niseko ออกแบบไว้ทุกหลัง
เรื่องที่ต้องรู้ก่อนจองตั๋ว
ถนนบางเส้นปิดยาวช่วงฤดูหนาว และปิดเร็วกว่าที่คิด — นี่คือจุดที่พลาดกันบ่อยที่สุด พาโนรามาไลน์ (สาย 66) ช่วงระหว่างเมืองเคียววะกับรันโคชิ ระยะทาง 18.3 กม. ปีที่แล้วปิดตั้งแต่ 24 ตุลาคม เวลา 10:00 น. ยาวไปจนถึงปลายเมษายนปีถัดไป ส่วนถนนสาย 58 ที่ขึ้นไปห้าสีออนเซ็นจากฝั่งคุตจังปิดเร็วกว่านั้นอีก คือ 14 ตุลาคม วันปิดของแต่ละปีไม่เท่ากันเป๊ะ ขึ้นกับหิมะ ควรเช็กประกาศของเทศบาลก่อนเดินทางเสมอ ถ้าแผนคุณมีขับพาโนรามาไลน์ อย่าวางทริปช้ากว่ากลางตุลาคม
อุณหภูมิ — ตุลาคมเฉลี่ยราว 13 องศา เช้า-เย็นเย็นกว่านั้นมาก เตรียมเสื้อกันลม เลเยอร์บางๆ หลายชั้น และรองเท้าเดินป่าที่กันเปียกได้ ทางไม้ตอนเช้ามีน้ำค้างลื่น
หิมะแรกมาเร็วกว่าที่คิด — ปีที่ผ่านๆ มา ยอดโยเตเจอหิมะแรกตั้งแต่ต้นเดือนตุลาคม ส่วนระดับหมู่บ้านราวปลายเดือน ถ้าจะเดินขึ้นยอดโยเต ช่วงที่ปลอดภัยคือปลายมิถุนายนถึงต้นตุลาคมเท่านั้น หลังจากนั้นเส้นทางเริ่มมีน้ำแข็ง
จองที่พักล่วงหน้า — ฤดูนี้ที่พักถูกกว่าหน้าหนาวมาก แต่ห้องดีๆ ก็เต็มเร็ว เพราะเป็นช่วงที่คนญี่ปุ่นเองก็เที่ยวในประเทศ
ปิดท้าย
โคโยที่นีเซโกะไม่ได้ยิ่งใหญ่แบบเกียวโตที่มีวัดพันปีเป็นฉากหลัง เสน่ห์ของที่นี่คือความกว้างและความเงียบ — ภูเขาทั้งลูกเปลี่ยนสีพร้อมกัน มีทะเลสาบสะท้อนเงา มีไอกำมะถันลอยจากพื้นดิน และแทบไม่ต้องแย่งมุมถ่ายรูปกับใคร
ถ้าปีนี้ยังไม่ได้วางแผนไปไหนช่วงตุลาคม ลองพิจารณาสามสัปดาห์นี้ดูนะครับ และถ้าไปแล้วติดใจจนคิดว่าอยากมีที่ทางของตัวเองไว้กลับมาทุกฤดู — ทั้งหน้าใบไม้แดง หน้าหิมะ และหน้าเขียว — ที่นีเซโกะก็มีทางเลือกนั้นอยู่เหมือนกัน
แหล่งอ้างอิง: Niseko United — 8 จุดชมใบไม้เปลี่ยนสี · Niseko United — แผนเที่ยวหน้าใบไม้ร่วง · Niseko United — ฤดูเก็บเกี่ยว · กระเช้าอันนุปุริ · ประกาศปิดถนนพาโนรามาไลน์ เทศบาลเคียววะ · Nisade — Niseko in Autumn
